แนวทางการดูแลสัตว์ป่วยฉุกเฉินจากภาวะ Heat Stroke

1) คัดแยกและประเมินสัตว์ป่วย: ABCD

Airway - ตรวจสอบการอุดตันของทางเดินหายใจ

Breathing - อัตราการหายใจ, รูปแบบของการหายใจ, เสียงการหายใจ

Circulation - อัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจและชีพจร, Capillary Refill time(CRT), สีเยื่อเมือก, อุณหภูมิร่างกาย

Disability - ระดับความรู้สึกตัว (Mentation)

2) ให้สารน้ำ และออกซิเจนแก่สัตว์ป่วย

การให้สารน้ำเข้าเส้นเลือด ควรใช้สารน้ำอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงสารน้ำที่เย็น เพราะทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดส่วนปลาย ลดการระบายความร้อนออกสู่ร่างกาย

- การให้ออกซิเจน ควรหลีกเลี่ยงการใช้กรงหรือหน้ากากออกซิเจน เนื่องจากทำให้ความชื้นในสภาพแวดล้อมเพิ่มขึ้น ซึ่งขัดขวางการระบายความร้อนออกจากร่างกาย

3) หาก อุณหภูมิทางทวารหนักมากกว่า 105°F (40.9°C) ควรลดอุณหภูมิให้เร็วที่สุด จนกระทั่งอุณหภูมิลดลงเหลือ 105°F (40.9°C) การลดอุณหภูมิ สามารถทำได้โดย

- ราดหรือเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องที่ผิวหนังของสัตว์ป่วยโดยตรง

- ใช้ พัดลมเป่าที่ตัวสัตว์ป่วย เพื่อช่วยระบายความร้อนจากผิวหนัง

- ลดอุณหภูมิห้อง

** หลีกเลี่ยงการใช้สารน้ำที่เย็น, การนำสัตว์ป่วยแช่น้ำแข็ง และการใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดประคบตัวสัตว์ป่วย**

4) เมื่ออุณหภูมิร่างกายสัตว์ป่วยต่ำกว่า 105°F (40.9°C) ให้ลดวิธีการลดอุณหภูมิร่างกายสัตว์ป่วย เพื่อป้องกัน rebound hypothermia

- หยุดการราดหรือเช็ดตัวด้วยน้ำ และเช็ดขน/ผิวหนังให้แห้ง

- ปิดพัดลม

- ปรับอุณหภูมิห้องกลับสู่ระดับปกติ

5) เมื่ออุณหภูมิสัตว์ป่วยลดลงถึง 103°F (39.8°C) ให้หยุดการลดอุณหภูมิร่างกายสัตว์ป่วยทุกวิธี

- ติดตามอุณหภูมิร่างกายอย่างต่อเนื่อง หากอุณหภูมิ ≤100°F (38°C) ให้ทำการให้ความอบอุ่นแก่สัตว์ป่วย เพื่อป้องกัน rebound hypothermia

6) เฝ้าระวังและรักษาภาวะแทรกซ้อน

- ติดตามสัญญาณชีพอย่างต่อเนื่อง: ความดันโลหิต, ระดับความรู้สึกตัว, CRT, HR, RR, อุณหภูมิร่างกาย, ECG

- เฝ้าระวังอาการ: จุดเลือดออกตามผิวหนัง, อาเจียน, ท้องเสีย, ชัก, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, pulmonary edema

- ให้สารน้ำต่อเนื่อง เพื่อคงการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อให้เพียงพอ

- ประเมินการให้ออกซิเจนทุก 4 - 6 ชม.โดย arterial blood gas, pulse oximetry และ capnography

- สวนปัสสาวะ และประเมินปริมาณปัสสาวะต่อชั่วโมง (Urine output: UOP)

- ตรวจค่าทางห้องปฏิบัติการ

          ทุก 6–12 ชม. ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด, venous blood gas และ coagulation profile

           ทุก 12–24 ชม. ตรวจ CBC และ Creatinine

............................
ที่มา : Advanced Monitoring and Procedures for Small Animal Emergency and Critical Care, 2nd Edition

บทความโดย สพ.ญ.อภิลักษณ์ มหัธนันท์

.................

#เครื่องมือสัตวแพทย์ #คลินิกสัตวแพทย์ #โรงพยาบาลสัตว์ #อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง #อุปกรณสัตวแพทย์ #BEC #becvet #BECpremium #ครบจบที่BEC #เครื่องดมยาสลบทางสัตวแพทย์