น้องหูพับดูแลอย่างไร

ดร. แดน โอนีล อาจารย์อาวุโสด้านโรคระบาดสัตว์ราชวิทยาลัยสัตวแพทย์ (Royal veterinary college) ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า

“ มนุษย์เราคิดค้นสายพันธุ์สุนัขที่มีรูปร่างสุดโต่งทุกประเภทเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว มีเพียงแค่ตอนนี้เท่านั้นที่เราได้ตระหนักอย่างเต็มที่ว่ารูปร่างเหล่านั้นล้วนส่งผลต่อสุขภาพของสายพันธุ์เหล่านี้มากแค่ไหน การศึกษาเกี่ยวกับปัญหาภาวะหูอักเสบจากสุนัขมากกว่า 22,000 ตัวทั่วสหราชอาณาจักรที่ไม่สามารถระบุสาเหตของปัญหาเหล่านั้นได้ งานวิจัยนี้จะช่วยให้เจ้าของสังเกตเห็นสัญญาณและตระหนักถึงปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการมีหูพับ ห้อย ปรกในสุนัข ที่หลายคนพบว่าน่าสนใจมากแต่ผลลัพธ์อาจทำให้เราทุกคนตั้งคำถามว่า มนุษย์เราได้ค้นหาความหลากหลายในรูปลักษณ์ของสุนัขของเรามากเกินไปหรือไม่ การศึกษาทำความรู้จักสายพันธุ์ที่มีกายภาพสุดโต่งเหล่านี้เป็นบทสนทนาที่ทุกคนควรมีก่อนที่จะตัดสินใจรับเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ใด” 

        ใครกันที่จะไม่ชอบนั่งดูสุนัขหูยาว ห้อย ปรก ไม่มีคลิปสโลว์โมชั่นไหนที่ให้ความบันเทิง น่ารัก ฮีลใจได้มากไปกว่าคลิปของสุนัขหูยาวที่ส่ายหัว สะบัดหูอย่างช้าๆและเมื่อพวกเขาเริ่มวิ่งมาหาเราด้วยหูหางที่กระดิก ระริกระรี้ นั่นก็ยิ่งเพิ่มระดับความน่ารัก ความสุขให้กับมนุษย์หมาอย่างเราได้ทวีคูณ น่าเสียดายที่การติดเชื้อที่หูเป็นเรื่องปกติสำหรับเพื่อนที่มีขนยาวของเราและปัจจุบันตามรายงานของวารสาร Frontier in Veterinary Science ฉบับเดือนธันวาคม 2021 ได้มีการประเมินจำนวนสุนัขในประเทศไทยว่ามีมากถึงประมาณ 12.8 ล้านตัวและในจำนวนนี้เป็นสุนัขที่มีเจ้าของถึง 11.2 ล้านตัวเลยทีเดียว โดย 10 สายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้เลี้ยงสุนัขชาวไทยนั้นก็คือ

 

1.  Labrador Retriever                

2. Golden Retriever                 

3. Beagle                                   

4. British Bulldog                        

5. Pug

6. Yorkshire Terrier

7. Shih-Tzu

8. Chihuahua

9. Poodle

10. Siberian Husky  

จะเห็นว่ามากกว่า 90% นั้นเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบหูยาว ห้อย พับและมีขนหูปริมาณมากทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด โรคหูอักเสบติดเชื้อ” ได้มากกว่าสายพันธุ์สุนัขที่มีหูแหลม เนื่องจากการมีขนในช่องหูเยอะหรือแม้แต่การมีลักษณะของใบหูขนาดใหญ่ ทำให้มีต่อมสร้างขี้หูขนาดใหญ่ตามไปด้วยและการที่ใบหูยังตกลงมาปิดช่องหู สาเหตุเหล่านี้ล้วนเอื้อให้ขจัดสิ่งสกปรกได้ยาก อับชื้นง่าย เปิดโอกาสให้เชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ หรือเชื้อราแพร่กระจายได้ง่ายกว่า ดังนั้นนี่คือคำแนะนำถึงวิธีการดูแลช่องหูจากมือโปรเกี่ยวกับวิธีการช่วยป้องกันอาการที่อาจเป็นอันตรายเหล่านี้

อันดับแรกควรล้างทำความสะอาดช่องหูของสุนัขที่มีสุขภาพช่องหูปกติดีทุกๆ 1-2 สัปดาห์ หมั่นตรวจดูในหูเพื่อมองหาสิ่งสกปรก รอยขีดข่วน อาการเจ็บปวด ปรสิต หรือของเหลวที่อาจจะไหลออก จากนั้นให้ตรวจเช็คว่าในรูหูไม่ควรมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ส่งกลิ่นอับชื้น ซึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นหัวใจหลักสำหรับการป้องกันโรคหูอักเสบคือ “รักษาหูให้แห้งและสะอาด”  มิฉะนั้นสุนัขของคุณอาจเผชิญกับการติดเชื้อที่หูซ้ำซึ่งยากต่อการรักษา หลีกเลี่ยงการใช้สารที่ทำให้หูแห้งจนเกินไปเป็นประจำ มองหาผลิตภัณฑ์น้ำยาเช็ดทำความสะอาดหูที่น่าเชื่อถือ ที่มีสารคืนความชุ่มชื่นกลับไปให้ผิวหนังในบริเวณหูหลังจากที่มีการชะล้างขี้หูและไขมันแล้ว ทุกครั้งที่สุนัขเปียกน้ำไม่ว่าจะจากสาเหตใด ควรล้างทำความสะอาดหูให้แห้งและสะอาดทุกครั้ง  

หากสุนัขมีอาการผิดปกติไม่ว่าจะเป็นอาการจับแล้วเจ็บ สะบัดหู เกาหูบ่อย หูส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ มีขู้หูมาก เปียกชื้นตลอดเวลา ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านั้นลุกลาม

ด้วยความรักที่มีให้กับเพื่อนรักแสนภักดีหูตกของเรา เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเสี่ยงต่อสุขภาพของพวกเขาหรือเห็นพวกเขาไม่สบายหรือเจ็บปวด ในบางครั้งการติดเชื้อที่หูอาจนำไปสู่ภาวะสูญเสียการได้ยินและปัญหาร้ายแรงอื่นๆ ปรึกษาสัตวแพทย์เสมอเมื่อคุณเจ้าของมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของสัตว์เลี้ยงหูตกของเราและอย่าลืมว่าเรายังสามารถใช้การรักษาเชิงป้องกันได้

นอกจากนี้ยังมีทางเลือกที่บ้านสำหรับการดูแลและป้องกันโรคหูอักเสบติดเชื้อ  ด้วยน้ำยาเช็ดทำความสะอาดหู B otic ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติในการทำให้หูสะอาดและบรรเทาอาการ รวมถึงสามารถใช้ทำความสะอาดก่อนการหยดยาฆ่าเชื้อในช่องหูเพื่อส่งเสริมฤทธิ์ของยาฆ่าเชื้อเหล่านั้น B otic  มีส่วนผสมของ Tris – EDTA และ Nano particle ช่วยสลายขี้หู ลดความอับชื้น อ่อนโยน ไม่เป็นอันตรายต่อหูทั้งชั้นนอกและชั้นใน คืนความชุ่มชื่นที่เหมาะสมกลับไปให้ผิวหนังในช่องหู สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียตัวร้าย รวมถึงช่วยสลาย Biofilm หรือกลุ่มแบคทีเรียที่ชอบเติบโตในพื้นที่ความชื้นสูงยากต่อการเข้าถึงของสารฆ่าเชื้อในกลุ่มทั่วไป กำจัดได้ทั้งเชื้อยีสต์และไวรัสก่อโรคไม่พึงประสงค์  สามารถใช้ในระยะยาวได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เป็นอันตรายและที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดการดื้อยาในอนาคต สามารถใช้ได้ทั้งสองอย่างทั้งการป้องกันและรักษาโรคหูอักเสบโดยที่ไม่ว่าเพื่อนผู้ภักดีของเราจะเป็นสายพันธุ์ใด ก็สามารถเป็นแนวทางการดูแลป้องกันที่ดีที่สุด จะเห็นว่าแค่เพียงเราเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการดูแลน้องสุนัขหูพับที่มีความเสี่ยง เราก็สามารถป้องกันน้องให้ห่างไกลจากโรคหูอักเสบติดเชื้อได้อย่างสบายใจ 

 

...................................

#เครื่องมือสัตวแพทย์#คลินิกสัตวแพทย์#โรงพยาบาลสัตว์#อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง#อุปกรณ์สัตวแพทย์#BEC#becvet#BECpremium #เชื้อราแมว #เชื้อราสุนัข #เชื้อราในสัตว์เลี้ยง #หูอักเสบในสุนัข #หูติดเชื้อในสุนัข #ล้างหูสุนัข #ทำความสะอาดหูสุนัข

Share this entry