5 tips suture material

1. ไหมเย็บแผลจำเป็นต้องคงอยู่ในร่างกายนานแค่ไหน?

ไหมเย็บแผลควรอยู่นานเพียงพอที่จะช่วยพยุงเนื้อเยื่อที่ผ่าตัดจนเกิดการสมานแผล โดยทั่วไปเนื้อเยื่อภายในร่างกายควรเลือกใช้ไหมชนิดละลายได้ (absorbable suture) โดยพิจารณาจากระยะเวลาที่ไหมยังคงมีความแข็งแรงประมาณ 50% (50% tensile strength retention) ร่วมกับระยะเวลาที่เนื้อเยื่อใช้ในการสมานแผล

แต่ในกรณีที่เป็นเนื้อเยื่อที่สมานตัวช้ามากหรือเป็นบริเวณที่มีแรงตึงสูงอาจพิจารณาใช้ไหมชนิดไม่ละลาย (non-absorbable suture)

2. ไหมจะถูกนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมแบบใด?

- หากเป็นบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือมีการติดเชื้อ ควรหลีกเลี่ยงไหมชนิด Multifilament เนื่องจากโครงสร้างของเส้นไหมเอื้อต่อการแทรกซึมและการคงอยู่ของของเหลวหรือจุลชีพ- ในสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นด่างสูง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ Polyglycolic acid (PGA)

- ในสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นกรดสูง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ Polydioxanone (PDO) เนื่องจากสภาวะดังกล่าวส่งผลต่อคุณสมบัติและการสลายของวัสดุเย็บ

3. สัตว์ที่เข้ารับการผ่าตัดมีปัจจัยเฉพาะที่ต้องคำนึงถึงหรือไม่?

สุขภาพของสัตว์มีผลต่อกระบวนการสมานแผล สัตว์ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการหายของแผลล่าช้า ควรเลือกไหมที่สามารถคงความแข็งแรงไว้ได้นานขึ้น นอกจากนี้หากสัตว์มีประวัติการแพ้วัสดุเย็บชนิดใด ควรหลีกเลี่ยงวัสดุดังกล่าว

4. ไหมที่จะใช้ควรมีขนาดเท่าไร?

เลือกไหมที่มีขนาดเล็กที่สุดที่สามารถให้แรงพยุงเนื้อเยื่อได้อย่างเพียงพอ เพื่อช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อและลดปฏิกิริยาต่อวัสดุแปลกปลอม

แนวทางเบื้องต้นในการเลือกขนาดไหมเย็บแผล ได้แก่

A. สุนัข: แนะนำไหมขนาด 2/0 (3 Metric)

B. แมว: แนะนำไหมขนาด 3/0 (2 Metric)- เนื้อเยื่อที่บอบบาง: พิจารณาลดขนาดไหมลง 1 เบอร์

- เนื้อเยื่อที่มีความแข็งแรงหรือเหนียว: พิจารณาเพิ่มขนาดไหมขึ้น 1 เบอร์

5. ควรเลือกใช้เข็มแบบใด?

- ควรเลือกใช้เข็มที่ยึดติดกับไหมโดยตรง (Swaged needle) เนื่องจากช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อเมื่อเทียบกับไหมที่ต้องร้อยผ่านรูเข็ม

- ความโค้งของเข็ม: เข็มที่มีความโค้งน้อยหรือค่อนข้างตรง เหมาะสำหรับแผลหรือเนื้อเยื่อที่อยู่ตื้นและเข้าถึงได้ง่าย ช่วยให้ควบคุมทิศทางการแทงเข็มได้สะดวก ขณะที่เข็มที่มีความโค้งมากเหมาะกับบริเวณที่อยู่ลึกหรือพื้นที่ผ่าตัดที่มีขนาดจำกัด- ชนิดของปลายเข็ม:

Taper point เหมาะสำหรับเนื้อเยื่อที่บอบบาง เช่น ลำไส้ ไขมัน กระเพาะปัสสาวะ และกล้ามเนื้อ โดยปลายเข็มจะแหวกเส้นใยของเนื้อเยื่อแทนการตัดผ่าน

Cutting หรือ Reverse cutting เหมาะสำหรับเนื้อเยื่อที่มีความเหนียวหรือมีความหนาแน่นมากกว่า เช่น ผิวหนัง พังผืด 
................
บทความโดย สพ.ญ.อภิลักษณ์ มหัธนันท์
................
#BEC​ #becvet  #BECpremium #ครบจบที่BEC #เครื่องมือสัตวแพทย์​ #คลินิกสัตวแพทย์​ #โรงพยาบาลสัตว์​ #อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง​ #อุปกรณ์สัตวแพทย์​  #suture #ไหมเย็บ #ไหมเย็บสัตว์เลี้ยง