Suture Reaction
ในปัจจุบันไหมเย็บแผลได้รับการพัฒนาให้มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อ และก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อในร่างกายน้อยที่สุด แต่ไหมเย็บแผลยังคงจัดเป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับร่างกาย ทำให้การเกิด Suture reaction หรือ ภาวะที่ร่างกายตอบสนองผิดปกติต่อไหมเย็บแผลสามารถเกิดขึ้นได้ภายหลังการผ่าตัด โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้แก่ การเลือกชนิดไหมเย็บแผล และเทคนิคการเย็บแผลที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบ ก้อนบวม มีของเหลวคั่ง หรือเกิดทางระบายของสารคัดหลั่งผ่านผิวหนังบริเวณไหมเย็บแผล ส่งผลต่อการหายของแผล และคุณภาพชีวิตของสัตว์ป่วย ดังนั้นการป้องกันเพื่อลดโอกาสการเกิดปฏิกิริยาต่อไหมเย็บแผล จึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการผ่าตัด ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

1. ควรเลือกไหมเย็บแผลที่มีขนาดเล็กที่สุดที่แข็งแรงเพียงพอในการพยุงขอบแผลเข้าหากัน เนื่องจากขนาดไหมเย็บแผลมีผลต่อการตอบสนองของร่างกาย
2. ลดปริมาณไหมเย็บแผลที่คงอยู่ในเนื้อเยื่อให้น้อยที่สุด เพื่อลดปริมาณสิ่งแปลกปลอมที่คงอยู่ในเนื้อเยื่อ

3. ควรเลือกใช้ไหมชนิด monofilament แทนไหมชนิด multifilament ในสัตว์ป่วยที่มีความเสี่ยง หรือเคยมีประวัติการเกิด Suture reaction เนื่องจากไหมชนิด monofilament มีการสะสมของเชื้อโรคและเศษเนื้อเยื่อน้อยกว่า และก่อให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบต่ำกว่า

4. ลดจำนวนรอบการผูกปมให้น้อยที่สุด โดยยังคงความมั่นคงและความปลอดภัยของปม เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มสิ่งแปลกปลอมในบริเวณแผลโดยไม่จำเป็น
5. ควรตัดปลายไหมหลังผูกปมให้สั้น ในกรณีของไหมสังเคราะห์แนะนำให้ตัดปลายไหมเหลือประมาณ 3 มิลลิเมตร
6. ในกรณีเย็บปิดผิวหนังแบบ intradermal ควรวางปมที่ซ่อนไว้ให้ลึกในชั้น dermis
Reference: Complications in Small Animal Surgery
...................
บทความโดย สพ.ญ.อภิลักษณ์ มหัธนันท์
..................
#เครื่องมือสัตวแพทย์ #คลินิกสัตวแพทย์ #โรงพยาบาลสัตว์ #อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง #อุปกรณสัตวแพทย์ #BEC #becvet #BECpremium #ครบจบที่BEC #เครื่องดมยาสลบทางสัตวแพทย์ #SutureReaction #Suture
